วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2552

26 JUNE 09

***วันนี้ตื่นตั้งแต่ตี5มิใช่จะขยันอะไรหรอก
ดั๊นนนฝันว่าฉี่เลยปวดจิงซะงั้นTT***
แต่เดี๋ยววก่อนน!!!
ไม่ได้ฝันแล้วฉี่ราดที่นอนนะ
ตื่นมาเข้าห้องน้ำทันน^^
วันนี้อาจารย์สอนเกี่ยวกับ
>>>ปัจจัยภายนอกและภายใน
ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ
และเพื่อความแจ่มแจ้ง!!!
เราก้อได้เข้าเวบไปหาข้อมูลมาเพิ่มเติม...



ปัจจัยในการดำเนินธุรกิจ
การดำเนินธุรกิจต้องอาศัยหลาย ๆ ปัจจัยประกอบกัน จึงจะเกิดกิจกรรมในการประกอบธุรกิจ โดยทั่วไปปัจจัยพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจมี 4 ประเภท ที่เรียกว่า 4 M ได้แก่
1. คน (Man) ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด เพราะธุรกิจต่าง ๆ เกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความคิดของคน มีคนเป็นผู้ดำเนินการ หรือเป็นผู้จัดการ จึงจะทำให้เกิดกิจกรรมทางธุรกิจหลายรูปแบบ
2. เงิน (Money) เงินทุนเป็นปัจจัยในการดำเนินธุรกิจอีกชนิดหนึ่งที่ต้องนำมาใช้ในการลงทุนเพื่อให้เกิดการประกอบธุรกิจโดยธุรกิจแต่ละประเภทใช้ปริมาณเงินทุกที่แตกต่างกัน ธุรกิจขนาดใหญ่ย่อมใช้เงินทุนสูงกว่าธุรกิจขนาดเล็กกว่า ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องมีการวางแผนในการใช้เงินทุน และการจัดหาเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
3. วัสดุหรือวัตถุดิบ (Material) ในการผลิตสินค้าต้องอาศัยวัตถุดิบในการผลิตค่อนข้างมาก ผู้บริหารจึงต้องรู้จักการบริหารวัตถุดิบให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดต้นทุนด้านวัตถุดิบต่ำสุด อันจะส่งผลให้ธุรกิจมีผลกำไรสูงสุดตามมา
4. วิธีปฎิบัติงาน (Method) เป็นวิธีการในการปฎิบัติงานในแต่ละขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจ ซึ่งต้องมีการวางแผนและควบคุม เพื่อให้การปฎิบัติงานมีประสิทธิภาพ เกิดความคล่องตัว สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกกิจการ

อ้างอิง :
http://lpn.nfe.go.th/e_learning/LESSON1/unit1_3.htm


สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ
สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

สภาพแวดล้อมภายนอกและสภาพแวดล้อมภายใน

สภาพแวดล้อมภายนอก เป็นปัจจัยภายนอกที่มีอิทธิพลต่อองค์การธุรกิจ หรือกิจการซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ อันได้แก่ สภาพแวดล้อมทั่วไปและสภาพแวดล้อมการดำเนินงาน หากจะพูดถึง สภาพแวดล้อมทั่วไป ถือเป็นปัจจัยสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้มีผลกระทบโดยตรงแต่ก็มีผลกระทบทางอ้อมต่อการดำเนินงานของกิจการ ไม่ว่าจะเป็น ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม การเมือง กฎหมาย เทคโนโลยี และปัจจัยระหว่างประเทศ

สภาพแวดล้อมภายใน หมายถึงปัจจัยแวดล้อมภายในองค์การธุรกิจ ซึ่งกิจการหรือธุรกิจ สามารถควบคุมได้ ประกอบด้วย ผู้ถือหุ้น เจ้าของ พนักงาน คณะกรรมการบริหาร และวัฒนธรรมภายในองค์การเป็นต้น

การศึกษาเรื่องสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ นับว่าเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจทำธุรกิจ ดังนั้นผู้ประกอบการและนักธุรกิจจะต้องตรวจสอบและติดตามความเคลื่อนไหวของสภาพแวดล้อมอยู่ตลอดเวลาและมีความสามารถในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางธุรกิจได้รวดเร็ว และถูกต้อง เพื่อหาจุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส และอุปสรรคของธุรกิจ เพื่อนำไปปรับกลยุทธ์ธุรกิจต่อไป

อ้างอิง :
http://learners.in.th/blog/sme/38740


.................................

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ปฐมนิเทศน์ & cancel class

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีปฐมนิเทศIBM ด้วยย

ตอนแรกไอ้เราก็คิดว่าจะหลักการ

แต่พอได้เข้าไปฟังแล้ว ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด


บรรยากาศสบายๆมาก แต่รูสึกว่าจะมีพี่คนนึงชอบว๊ากๆจ๊างงงง 5555

อาจารย์ดูใจดีและดูเก่งทุกคน แถมพวกพี่ๆก็เป็นกันเองกะพวกเราดี

ปฐมนิเทศผ่านไปแล้วต่อไปก็รอพี่รับน้องวันที่28


แล้วเราจะได้พบกัน!!!


มาพูดถึงวันเสาร์กันบ้าง ตอนแรกตั้งใจเต็มที่ว่าวันนี้ อ. เฟรส มาสอนแทน อ.กู๊ดด

กะว่าจะเข้าไปเรียนแบบไม่สาย

พอขึ้นไปป๊าบบบบบ เอ๊ะ??? ทำไมคนยังไม่มา

(แอบดีใจเล็กน้อยว่าเรามาเปิดซิงห้องคนแรก) ^^

สักพัก เอ่ะใจว่าสองโมงกว่าๆแล้วทำไมยังไม่มีคนมา

เลยให้เพื่อนเชคเมล....

ปรากฏว่าอาจารย์ยกเลิกการสอน!!!! เดินขึ้น4ชั้นเหนื่อยฟรี 555





วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2552

@CLASS 12JUN09

วันนี้เข้าไปเรียนสายอีกแล้วครับท่านนน!!!!
เลยไม่ทันได้ฟังว่าอาจารย์สอนอะไรบ้าง แต่ว่าก็แอบไปถามเพื่อนมาว่าวันนี้สอนเรื่องไรบ้างงง
ก็ได้รู้ว่าวันนี้สอนเกี่ยวกับ เนื้อหาโดยรวมของวิชาIB321 โดยเนื้อหาจะมี เรื่องGlobalization(โลกาภิวัฒน์) International business,Environment,StrategiesและOperation
แล้วก็มีคำถามทิ้งท้ายให้เราได้มาหาคำตอบว่า........
1.ทำไมธุรกิจต้องให้ความสนใจในโลกาภิวัฒน์และมีผลต่อธุรกิจข้ามชาติอย่างไร???

ตอบ สำหรับยุคโลกาภิวัฒน์ ช่วยให้องค์กรสามารถเพิ่มผลกำไร และพัฒนาการสื่อสารภายในองค์กรทั่วโลกได้บริษัทต่างๆ ทั่วโลกได้รับประโยชน์ในการลดค่าใช้จ่ายในการแปล, ย่นระยะเวลาในการนำสินค้าออกสู่ตลาด, และที่ สำคัญคือลดค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและการเดินทาง นอกจากนี้บริษัทได้มองหาวิธีการในการเพิ่มรายได้ จากการขยายตลาด และลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจทั่วโลก โดยปรับปรุงการสื่อสาร, ความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ตลอดจนกระบวนการต่างๆ สำหรับพนักงาน, คู่ค้าทางธุรกิจ, และลูกค้า ซึ่งหัวใจหลักก็คือ ความสามารถในการขยายระบบ, การเข้าถึงข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายไอพี และการนำเอาแอพพิเคชันในการสื่อสารมาใช้งาน อาทิเช่นการประชุมทางไกล ผ่านทางเว็บ, อีเลิร์นนิ่ง, การจัดการข้อมูลและการพัฒนาซอฟท์แวร์

2.ประเทศใดมีความเป็นโลกาภิวัฒน์มากที่สุด???
ตอบ -ในด้านการค้าปลีก เพื่อสำรวจความเป็นโลกาภิวัฒน์ของธุรกิจค้าปลีกทั้งในระดับประเทศและระดับเมือง ซึ่งผลการสำรวจพบว่า อังกฤษอยู่ในอันดับที่หนึ่ง แซงหน้าประเทศสำคัญอื่น ๆ ในแถบยุโรปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น สเปน ฝรั่งเศส เยอรมัน และอิตาลี แม้ว่าแถบยุโรปจะสามารถคงความเป็นตลาดที่สำคัญมากที่สุดไว้ได้ แต่ตลาดในประเทศเศรษฐกิจใหม่อย่างจีน รัสเซีย และสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์เองก็มีการพัฒนาไปอย่างมากในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา สำหรับประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 30 จากทั้งหมด 67 ประเทศ ตามหลังจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และมาเลเซีย แต่อยู่ในอันดับที่ดีกว่าออสเตรเลีย อินโดนีเซีย อินเดีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม 27% ของร้านค้าปลีกทั้งหมดจำนวน 280 แบรนด์ที่ได้ทำการสำรวจมีสาขาอยู่ในประเทศไทย แม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะเป็นประเทศที่มีตลาดค้าปลีกใหญ่ที่สุดและแข็งแกร่งที่สุดในโลก แต่กลับได้รับการจัดอับดับจากทั่วโลกให้อยู่ในลำดับที่ 10 เท่านั้น
“ยังคงต้องรอดูกันต่อไปว่า การขยายสาขาไปสู่กลุ่มตลาดเกิดใหม่จะยังดำเนินต่อไปในปี 2552 – 2553 หรือไม่ แต่เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ความเป็นโลกาภิวัฒน์ของธุรกิจค้าปลีกเป็นแนวโน้มระยะยาวที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน”

- อ้างอิง http://www.newswit.com

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2552

โลกาภิวัตน์ “Globalization”

ครั้งที่แล้วไร้สาระ...ตอนนี้มามีสาระนิดนึงง (^v^)

โลกาภิวัตน์ หรือ โลกานุวัตร (globalization)คือ ผลจากการพัฒนาการติดต่อสื่อสาร การคมนาคมขนส่ง และเทคโนโลยีสารสนเทศ อันแสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโตของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี และวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงระหว่างปัจเจกบุคคล ชุมชน หน่วยธุรกิจ และรัฐบาล ทั่วทั้งโลก
-อ้างอิง :
http://th.wikipedia.org

ดังนั้นความสำคัญก็จะมาจากสองส่วน ส่วนแรกก็คือ “การติดต่อเชื่อมโยง” (Connectivity) ว่าเรามีคอนเนคชั่นกับคนอื่นได้มากน้อยแค่ไหน
แต่อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือ “ปฏิสัมพันธ์ต่อกัน” (Interactivity) ว่ามีให้กับคนอื่นได้มากน้อยแค่ไหนซึ่งทั้งสองส่วนนี้ก็จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะขับเคลื่อน “ปัจเจกภิวัตน์” จากนี้ไป

-อ้างอิง : สุวิทย์ เมษินทรีย์


............................

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2552

BLOG????

มึนนนนน...ตึ้บบบบ!!!!
หลังจากที่อาจารย์สั่งให้ทำบล็อก ก็ต้องทำจากที่ไม่เคยทำมาก่อน
ทำไมมันยากๆ งงๆ สงสัยยังไม่ชิน
วันนี้เรียนIB321 คาบแรก ก็โดนออกไปพูดหน้าห้องซะละ
แถมยังมีโปรเจครอให้ทำอีกตังหาก....
ริงๆแล้ววันนี้อ่ะอาจารย์สอนเยอะมากกกกกกกก
แต่ไม่ทันได้ฟัง เพราะ **มัวแต่เม้าเพลินไปหน่อย :))**
อ่ะฮิ...อ่ะฮิ^_^
ครั้งหน้าตั้งใจว่าจะตั้งใจเรียนละ
(พูดงี้มาตั้งแต่ปี1ละแต่ทำไม่ได้สักที555+)
\\\ แล้วจะมาบอกว่าตกลงตั้งใจเรียนได้รึป่าวว///