วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เสร็จสิ้นการสอบ ^^

วันนี้สอบเสร็จแล้วค่ะ รู้สึกโล่งมากๆเลย เย้!!!!

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาสอบวิชา IB321 ถึงกับเอ๋อเล็กน้อยเลยค่ะ

หน้าแรกเกี่ยวกับ ให้ตอบ4บริษัทที่มีนวัตกรรมในด้านต่างๆ รู้สึกว่าจะตอบไม่ครบด้วยค่ะ

ต่อมาเป็นเกี่ยวกับกลยุทธ์ค่ะแล้วก็เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของโครงสร้าง

ต้องใช้เวลารำลึกอยู่หน้าข้อสอบนานเลยค่ะ เพราะว่าในหัวกลยุทธกำลังตีกับโครงสร้างค่ะ

เอามาผสมกัน เลยต้องใช้เวลาในการแยกสักพัก*** แต่สุดท้ายก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี(รึป่าววว)

การสอบเสร็จสิ้นแล้วต่อไปต้องรอลุ้นเกรดค่ะ แอบหวังเล็กๆเหมือนกัน^^

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2552

ระหว่างเทศกาลสอบ

ง่วงมากกกกกก
ช่วงสอบทำเอาไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันเลยทีเดียว
ตอนนี้เหลือสอบอีกสองวิชา
นั่นก็คือ IB321&IB421
วันนี้เลยจะเข้ามาดู Business Week เพื่อเอาไปใช้สอบวิชาของ อ.เฟรสค่ะ
สอบครั้งนี้จะมี10คะแนนช่วยเหมือนครั้งที่แล้วอีกมั้ยน้า
ไม่ออกแนวช่วยแต่ออกแนวฉุด55555
...............................

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2552

"LAST CLASS"

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเรียนการสอนวิชา IB321
วันนี้อาจารย์แนะแนวข้อสอบและได้ให้พวกเราออกไปพรีเซ้นงาน
เกี่ยวกับ case study FDI
แล้ววันนี้ก็ได้รู้คะแนนวิชาของอ.กู๊ด ด้วยค่ะ
ตื่นเต้นกันเลยทีเดียว....
จบการเรียนการสอน วิชา IB321
แล้วพบกันวิชา Cross Culture นะคะ

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552

ระหว่างรอเรียนค่ะ

ขณะนี้เวลา ::10:30น:: ตอนนี้กำลังรอเรียนวิชา "อ.เฟรส" มาก่อนเวลาซะด้วย

ขยันค่ะ555555..... จิงๆแล้วต้องมาทำรายงานก่อนค่ะเลยมาเร็ว

วันนีเรียนถึงเย็นเลยเพราะว่ามีเรียนของ "อ.กู๊ด" ต่ออีก

มีเรื่องจะเล่าค่ะ เมื่อวานๆๆๆๆๆ เจอพี่เคน ธีรเดช!!!!! หล่อมาก ล่ำบึ้กมากค่ะ><**

เห็นแล้วจะป็นลม!!!!! มาถ่ายละครในม.ของเราค่ะ อยากให้มาบ่อยๆจัง^^

---------------------------------------------------------------------------------------------------

อาทิตย์หน้าเข้าสู่เทศกาลสอบอีกแล้วววว
ไม่อยากสอบเลย เหนื่อยๆๆ เครียดๆๆ
สงสัยต้องเริ่มอ่านหนังสือซักที
...................

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552

IB EDUTAINMENT AGAIN!!! ^^


วันนี้อยากเล่าให้ฟังเกี่ยวกับงาน
IB Edutainment ที่ผ่านมาค่ะ 5555+
ขออัพย้อนหลังหน่อยนะคะ

ประเทศที่เลือกคือ ประเทศญี่ปุ่นค่ะ
บริษัทที่มาจัดบูธก็คือ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย)จำกัด

ตอนแรกเลือกไว้เกือบๆ10บริษัทเลยค่ะ

เพราะว่าเห็นเพื่อนๆกลุ่มอื่นบอกว่ากว่าจะหาได้ติดต่อไปตั้งหลายที่...

พวกเราก็เลยหวั่น เพราะยังไม่ได้เริ่มโทรติดต่อเลย > <
แต่ผลปรากฎว่าโชคดีมาก!!!เพราะติดต่อไปแห่งเดียวก็ได้เลย

และผลิตภัณฑ์ที่นำมาจัดบูธก็คือ เครื่องดื่มคาลพิส แลคโตะ
พรีเซนเตอร์ของเรา คือ เต้ย จรินทร์พร ค่ะ


...........................................................................

มาเล่าถึงการเตรียมฉากและอุปกรณ์การแสดงกันดีกว่าค่ะ
เหนื่อยมากๆ เจองานนี้ไปทำให้เราได้เรียนรู้ประสบการณ์ที่ดีหลายๆอย่าง

นั่งทำฉากกันเป็นวันๆ ทำฉากการแสดงนี่ทำให้เป็นได้หลายอาชีพเลยค่ะ
ทั้งตอกตะปู ทาสี เลื่อยไม้ ออกแบบ ตกแต่ง จบงานนี้กล้ามขึ้นเลยค่ะ^_^

เหนื่อยแต่ก็สนุกค่ะ งานวันแรกผ่านไปด้วยดีค่ะ
แต่!!!...คืนที่จะเข้าวันที่สองเนี่ยแหละค่ะ งานเข้าค่ะเพราะว่า

พายุเข้าเวลาประมานเกือบๆสามทุ่ม ลมพัดมาแรงงงมากกก!!!
ทำเอาบูธหลายๆบูธพังง!!ไปเลย พวกเราที่อยู่ในนั้นก็วิ่งเปรี้ยวกันเลยค่ะ

วิ่งไปจับบูธเพราะกำลังจะล้มพังลงมา
ทำให้เช้าวันรุ่งขึ้นเราต้องมาตอกๆทำบูธกันนิดหน่อย

สุดท้ายแล้ว งานทั้งหมดผ่านไปได้ดี พวกเราอาจจะเหนื่อยบ้าง มีอุปสรรคบ้าง
แต่พวกเราสนุกค่ะ :))


matrix structure

คาบเรียนที่แล้วก็ได้เรียนเกี่ยวกับ โครงสร้างองค์การของบริษัทข้ามชาติ
ก่อนเข้าถึงเนื้อหาอาจารย์ได้ถามพวกเราว่า รู้มั้ยยย??? ว่าโครงสร้างองค์กรสะท้อนถึงอะไร
คำตอบก็คือ.......... สะท้อนถึงกลยุทธ์ขององค์กรนั่นเอง
แล้วอาจารย์ได้เล่าวิธีการผลิตของบริษัท intel ว่าเป็นการผลิตแบบ copy exactly
ก็คือผลิตพร้อมกันทั่วโลก ใช้โครงสร้างแบบ innovative Network Organization Design
มีผู้ควบคุมอยู่ที่เดียวเพื่อดูการผลิตทั้งหมด
โครงสร้างขององค์กรจริงๆแล้วมีตั้งหลายรูปแบบ แต่รูปแบบที่น่าสนใจก็คือ

โครงสร้างแบบเมทซ์ทริก (matrix structure)
เป็นรูปแบบการจัดโครงสร้างอำนาจหน้าที่ ความสัมพันธ์

ตลอดจนการพัฒนาทักษะ
2) กลุ่มโครงการมีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการนำแผนกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ
3.มีผู้บังคับบัญชามากกว่า 1 คน



ลักษณะที่สำคัญของการจัดโครงสร้างองค์การแบบแมตซ์ทริกส์
1.เป็นรูปแบบที่เน้นการประสานสัมพันธ์ใน 3 มิติ คือ หน้าที่ พื้นที่ และ ผลิตภัณฑ์

2.กิจกรรมในการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
1) กลุ่มที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการวางแผนกลยุทธ์ตลอดจนการพัฒนาทักษะ
2) กลุ่มโครงการมีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการนำแผนกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ

3.มีผู้บังคับบัญชามากกว่า 1 คน

ข้อดี ของการจัดโครงสร้างองค์การแบบแมตซ์ทริกส์
1. มีการประสานงานที่ดีระหว่างฝ่ายต่างๆในการดำเนินธุรกิจระหว่างระหว่างประเทศ
2. มีความยืดหยุ่นสูงต่อการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม
3. มีการเรียนรู้ลักษณะงานในหลายบทบาทของผู้บริหาร



ข้อเสีย ของการจัดโครงสร้างองค์การแบบแมตซ์ทริกส์
1. ผู้ปฏิบัติงานจะต้องรายงานแก่หัวหน้างานหลายคน
2. การขาดเอกภาพในการบังคับบัญชาจึงทำให้เกิดความล่าช้าในการตัดสินใจ
3. ไม่เหมาะกับบริษัทธุรกิจในต่างประเทศที่มีขนาดเล็ก

อ้างอิง : http://elearning.siam.edu/mod/resource/view.php?id=1291

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2552

มีเวลาสักที

หลังจากที่เสร็จงาน IB EDUTAINMENT ก็เริ่มจะมีเวลาว่างขึ้นมา

เหนื่อยมากกกกกกกกกกกก รู้สึกเลี่ยนประเทศที่ตัวเองทำไปเลย

ได้ยินเพลงญี่ปุ่น เห็นรูปฟูจิ เห็นชุดกิโมโน เห็นไม้ที่ทำฉาก


เบื่อเลย5555+ คงไม่อยากเห็นญี่ปุ่นอีกนานนน ^^

เมื่อวานเรียนของ อ.เฟรส เรียนเกี่ยวกับ

กลยุทธ์ในการจัดการบริษัทข้ามชาติ


กลยุทธ์ในการจัดการของบริษัทข้ามชาติ (Multinational Strategy) ก็จะมี
1.กลยุทธ์ระหว่างประเทศ (international strategy) – การรวมอำนาจการจัดการไว้ที่สำนักงานใหญ่
2.กลยุทธ์ปรับเข้าหาท้องถิ่น (multinational strategy หรือ multidomestic strategy) – การกระจายอำนาจทางการบริหารลงสู่พื้นที่ต่างๆ
3.กลยุทธ์มุ่งสร้างความเป็นสากล (global strategy) – การมุ่งเน้นสร้างความเป็นมาตรฐาน หรือความเป็นหนึ่งเดียวให้กับผลิตภัณฑ์(global product)
4.กลยุทธ์ข้ามชาติ (transnational strategy) – เป็นกลยุทธ์ประสมประสาน (integration strategy)


แล้วอ.ก็ได้บอกคะแนนแล้วด้วย

ได้14กว่าๆ FINAL เอาใหม่ๆๆ อ.เฟรสช่วยหนูด้วยน้า

อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะสอบอีกแล้ว พักยังไม่ทันหายเหนื่อย

ต้องเหนื่อยสอบต่ออีกแล้ว ....เฮ้ออ..สู้สู้




วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เย้!!!! สอบเสร็จแล้ว

สอบเสร็จแล้วแต่ก็ต้องมาเครียดคะแนนอยู่ดี
เหมือนไม่ค่อยจะโล่งๆบอกไม่ถูก555
ของ อ.เฟรส ก็หวั่นๆ ของ อ.กู๊ด ก็กลัวๆ
แต่ก็มีบางวิชาที่คะแนนออกไปแล้วบ้าง
เย้ๆๆๆๆ ศุกร์หน้าไม่ต้องเรียนของ อ.เฟรส เพราะต้องไปดูงานที่มาม่า
รื่นเริงได้ไม่นานก็ต้องกลับมาเหนื่อยกับ งาน งาน งาน แล้วก็ งาน
สู้ๆๆๆๆ

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

CLASS 3JULY09

วันนี้อาจารย์ให้พวกเราลงไปร่วมงาน BU BUS Society
ในงานจะเป็นเกี่ยวกับสังคมในคณะและอธิบายเเต่ละภาค
ได้เพชรมา1ดวงด้วยแหละ
และมีสมุดแจกด้วย
แถมได้บัตรMKจากภาคการเงินซะงั้น
พอเที่ยงครึ่งซักพักก็ขึ้นไปเรียนต่อ.......
วันนี้อาจารย์แต่งตัวซะสวยเช้งเชียว
แถมทำผมลอนด้วยแหละ ว๊าววววว
มาพูดเรื่องเรื่องที่อาจารย์สอนบ้างดีกว่า
วันนี้ก็มีเรื่องเกี่ยวกับการกลืนกินวัฒนธรรมในชาติอื่นๆหรือCreolization
อาจารย์ให้แต่ละกลุ่มเสนอวิธีการจะนำอะไรของไทยไปครอบงำต่างชาติ



วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2552

26 JUNE 09

***วันนี้ตื่นตั้งแต่ตี5มิใช่จะขยันอะไรหรอก
ดั๊นนนฝันว่าฉี่เลยปวดจิงซะงั้นTT***
แต่เดี๋ยววก่อนน!!!
ไม่ได้ฝันแล้วฉี่ราดที่นอนนะ
ตื่นมาเข้าห้องน้ำทันน^^
วันนี้อาจารย์สอนเกี่ยวกับ
>>>ปัจจัยภายนอกและภายใน
ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ
และเพื่อความแจ่มแจ้ง!!!
เราก้อได้เข้าเวบไปหาข้อมูลมาเพิ่มเติม...



ปัจจัยในการดำเนินธุรกิจ
การดำเนินธุรกิจต้องอาศัยหลาย ๆ ปัจจัยประกอบกัน จึงจะเกิดกิจกรรมในการประกอบธุรกิจ โดยทั่วไปปัจจัยพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจมี 4 ประเภท ที่เรียกว่า 4 M ได้แก่
1. คน (Man) ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด เพราะธุรกิจต่าง ๆ เกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความคิดของคน มีคนเป็นผู้ดำเนินการ หรือเป็นผู้จัดการ จึงจะทำให้เกิดกิจกรรมทางธุรกิจหลายรูปแบบ
2. เงิน (Money) เงินทุนเป็นปัจจัยในการดำเนินธุรกิจอีกชนิดหนึ่งที่ต้องนำมาใช้ในการลงทุนเพื่อให้เกิดการประกอบธุรกิจโดยธุรกิจแต่ละประเภทใช้ปริมาณเงินทุกที่แตกต่างกัน ธุรกิจขนาดใหญ่ย่อมใช้เงินทุนสูงกว่าธุรกิจขนาดเล็กกว่า ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงต้องมีการวางแผนในการใช้เงินทุน และการจัดหาเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
3. วัสดุหรือวัตถุดิบ (Material) ในการผลิตสินค้าต้องอาศัยวัตถุดิบในการผลิตค่อนข้างมาก ผู้บริหารจึงต้องรู้จักการบริหารวัตถุดิบให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดต้นทุนด้านวัตถุดิบต่ำสุด อันจะส่งผลให้ธุรกิจมีผลกำไรสูงสุดตามมา
4. วิธีปฎิบัติงาน (Method) เป็นวิธีการในการปฎิบัติงานในแต่ละขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจ ซึ่งต้องมีการวางแผนและควบคุม เพื่อให้การปฎิบัติงานมีประสิทธิภาพ เกิดความคล่องตัว สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกกิจการ

อ้างอิง :
http://lpn.nfe.go.th/e_learning/LESSON1/unit1_3.htm


สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ
สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

สภาพแวดล้อมภายนอกและสภาพแวดล้อมภายใน

สภาพแวดล้อมภายนอก เป็นปัจจัยภายนอกที่มีอิทธิพลต่อองค์การธุรกิจ หรือกิจการซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ อันได้แก่ สภาพแวดล้อมทั่วไปและสภาพแวดล้อมการดำเนินงาน หากจะพูดถึง สภาพแวดล้อมทั่วไป ถือเป็นปัจจัยสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้มีผลกระทบโดยตรงแต่ก็มีผลกระทบทางอ้อมต่อการดำเนินงานของกิจการ ไม่ว่าจะเป็น ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม การเมือง กฎหมาย เทคโนโลยี และปัจจัยระหว่างประเทศ

สภาพแวดล้อมภายใน หมายถึงปัจจัยแวดล้อมภายในองค์การธุรกิจ ซึ่งกิจการหรือธุรกิจ สามารถควบคุมได้ ประกอบด้วย ผู้ถือหุ้น เจ้าของ พนักงาน คณะกรรมการบริหาร และวัฒนธรรมภายในองค์การเป็นต้น

การศึกษาเรื่องสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ นับว่าเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจทำธุรกิจ ดังนั้นผู้ประกอบการและนักธุรกิจจะต้องตรวจสอบและติดตามความเคลื่อนไหวของสภาพแวดล้อมอยู่ตลอดเวลาและมีความสามารถในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางธุรกิจได้รวดเร็ว และถูกต้อง เพื่อหาจุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส และอุปสรรคของธุรกิจ เพื่อนำไปปรับกลยุทธ์ธุรกิจต่อไป

อ้างอิง :
http://learners.in.th/blog/sme/38740


.................................

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ปฐมนิเทศน์ & cancel class

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีปฐมนิเทศIBM ด้วยย

ตอนแรกไอ้เราก็คิดว่าจะหลักการ

แต่พอได้เข้าไปฟังแล้ว ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด


บรรยากาศสบายๆมาก แต่รูสึกว่าจะมีพี่คนนึงชอบว๊ากๆจ๊างงงง 5555

อาจารย์ดูใจดีและดูเก่งทุกคน แถมพวกพี่ๆก็เป็นกันเองกะพวกเราดี

ปฐมนิเทศผ่านไปแล้วต่อไปก็รอพี่รับน้องวันที่28


แล้วเราจะได้พบกัน!!!


มาพูดถึงวันเสาร์กันบ้าง ตอนแรกตั้งใจเต็มที่ว่าวันนี้ อ. เฟรส มาสอนแทน อ.กู๊ดด

กะว่าจะเข้าไปเรียนแบบไม่สาย

พอขึ้นไปป๊าบบบบบ เอ๊ะ??? ทำไมคนยังไม่มา

(แอบดีใจเล็กน้อยว่าเรามาเปิดซิงห้องคนแรก) ^^

สักพัก เอ่ะใจว่าสองโมงกว่าๆแล้วทำไมยังไม่มีคนมา

เลยให้เพื่อนเชคเมล....

ปรากฏว่าอาจารย์ยกเลิกการสอน!!!! เดินขึ้น4ชั้นเหนื่อยฟรี 555





วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2552

@CLASS 12JUN09

วันนี้เข้าไปเรียนสายอีกแล้วครับท่านนน!!!!
เลยไม่ทันได้ฟังว่าอาจารย์สอนอะไรบ้าง แต่ว่าก็แอบไปถามเพื่อนมาว่าวันนี้สอนเรื่องไรบ้างงง
ก็ได้รู้ว่าวันนี้สอนเกี่ยวกับ เนื้อหาโดยรวมของวิชาIB321 โดยเนื้อหาจะมี เรื่องGlobalization(โลกาภิวัฒน์) International business,Environment,StrategiesและOperation
แล้วก็มีคำถามทิ้งท้ายให้เราได้มาหาคำตอบว่า........
1.ทำไมธุรกิจต้องให้ความสนใจในโลกาภิวัฒน์และมีผลต่อธุรกิจข้ามชาติอย่างไร???

ตอบ สำหรับยุคโลกาภิวัฒน์ ช่วยให้องค์กรสามารถเพิ่มผลกำไร และพัฒนาการสื่อสารภายในองค์กรทั่วโลกได้บริษัทต่างๆ ทั่วโลกได้รับประโยชน์ในการลดค่าใช้จ่ายในการแปล, ย่นระยะเวลาในการนำสินค้าออกสู่ตลาด, และที่ สำคัญคือลดค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและการเดินทาง นอกจากนี้บริษัทได้มองหาวิธีการในการเพิ่มรายได้ จากการขยายตลาด และลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจทั่วโลก โดยปรับปรุงการสื่อสาร, ความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ตลอดจนกระบวนการต่างๆ สำหรับพนักงาน, คู่ค้าทางธุรกิจ, และลูกค้า ซึ่งหัวใจหลักก็คือ ความสามารถในการขยายระบบ, การเข้าถึงข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายไอพี และการนำเอาแอพพิเคชันในการสื่อสารมาใช้งาน อาทิเช่นการประชุมทางไกล ผ่านทางเว็บ, อีเลิร์นนิ่ง, การจัดการข้อมูลและการพัฒนาซอฟท์แวร์

2.ประเทศใดมีความเป็นโลกาภิวัฒน์มากที่สุด???
ตอบ -ในด้านการค้าปลีก เพื่อสำรวจความเป็นโลกาภิวัฒน์ของธุรกิจค้าปลีกทั้งในระดับประเทศและระดับเมือง ซึ่งผลการสำรวจพบว่า อังกฤษอยู่ในอันดับที่หนึ่ง แซงหน้าประเทศสำคัญอื่น ๆ ในแถบยุโรปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น สเปน ฝรั่งเศส เยอรมัน และอิตาลี แม้ว่าแถบยุโรปจะสามารถคงความเป็นตลาดที่สำคัญมากที่สุดไว้ได้ แต่ตลาดในประเทศเศรษฐกิจใหม่อย่างจีน รัสเซีย และสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์เองก็มีการพัฒนาไปอย่างมากในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา สำหรับประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 30 จากทั้งหมด 67 ประเทศ ตามหลังจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และมาเลเซีย แต่อยู่ในอันดับที่ดีกว่าออสเตรเลีย อินโดนีเซีย อินเดีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม 27% ของร้านค้าปลีกทั้งหมดจำนวน 280 แบรนด์ที่ได้ทำการสำรวจมีสาขาอยู่ในประเทศไทย แม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะเป็นประเทศที่มีตลาดค้าปลีกใหญ่ที่สุดและแข็งแกร่งที่สุดในโลก แต่กลับได้รับการจัดอับดับจากทั่วโลกให้อยู่ในลำดับที่ 10 เท่านั้น
“ยังคงต้องรอดูกันต่อไปว่า การขยายสาขาไปสู่กลุ่มตลาดเกิดใหม่จะยังดำเนินต่อไปในปี 2552 – 2553 หรือไม่ แต่เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ความเป็นโลกาภิวัฒน์ของธุรกิจค้าปลีกเป็นแนวโน้มระยะยาวที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน”

- อ้างอิง http://www.newswit.com

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2552

โลกาภิวัตน์ “Globalization”

ครั้งที่แล้วไร้สาระ...ตอนนี้มามีสาระนิดนึงง (^v^)

โลกาภิวัตน์ หรือ โลกานุวัตร (globalization)คือ ผลจากการพัฒนาการติดต่อสื่อสาร การคมนาคมขนส่ง และเทคโนโลยีสารสนเทศ อันแสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโตของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี และวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงระหว่างปัจเจกบุคคล ชุมชน หน่วยธุรกิจ และรัฐบาล ทั่วทั้งโลก
-อ้างอิง :
http://th.wikipedia.org

ดังนั้นความสำคัญก็จะมาจากสองส่วน ส่วนแรกก็คือ “การติดต่อเชื่อมโยง” (Connectivity) ว่าเรามีคอนเนคชั่นกับคนอื่นได้มากน้อยแค่ไหน
แต่อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือ “ปฏิสัมพันธ์ต่อกัน” (Interactivity) ว่ามีให้กับคนอื่นได้มากน้อยแค่ไหนซึ่งทั้งสองส่วนนี้ก็จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะขับเคลื่อน “ปัจเจกภิวัตน์” จากนี้ไป

-อ้างอิง : สุวิทย์ เมษินทรีย์


............................

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2552

BLOG????

มึนนนนน...ตึ้บบบบ!!!!
หลังจากที่อาจารย์สั่งให้ทำบล็อก ก็ต้องทำจากที่ไม่เคยทำมาก่อน
ทำไมมันยากๆ งงๆ สงสัยยังไม่ชิน
วันนี้เรียนIB321 คาบแรก ก็โดนออกไปพูดหน้าห้องซะละ
แถมยังมีโปรเจครอให้ทำอีกตังหาก....
ริงๆแล้ววันนี้อ่ะอาจารย์สอนเยอะมากกกกกกกก
แต่ไม่ทันได้ฟัง เพราะ **มัวแต่เม้าเพลินไปหน่อย :))**
อ่ะฮิ...อ่ะฮิ^_^
ครั้งหน้าตั้งใจว่าจะตั้งใจเรียนละ
(พูดงี้มาตั้งแต่ปี1ละแต่ทำไม่ได้สักที555+)
\\\ แล้วจะมาบอกว่าตกลงตั้งใจเรียนได้รึป่าวว///